ภาษาไทย | English
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 26/08/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 09/12/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 138


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (138)
น้ำยาเรซิ่น
น้ำยาถอดแบบ : Release Agent
ไฟเบอร์กลาส (ใยแก้ว) : Fiberglass
ใยคาร์บอน ใยเคฟล่า : Carbon Fiber & Aramid Fib
ยางซิลิโคน : Silicone Rubber
เจลโค้ต : GEL COAT
น้ำยาเคมี : Chemical
ผงต่าง ๆ : Filler
แผ่นเสริมความหนา : Core Material
ลูกกลิ้งและอุปกรณ์อื่นๆ : Roller & Other equip
กลุ่มงานสี : Colour Paste,Pigment 2k
เครื่อง : GlasCraft
หลักสูตรอบรม : Training Course
ปั้มลม PUMA(ไต้หวัน) : Air Compressor
 หลังคาไฟเบอร์กลาส
 สินค้าสำเร็จรูป
น้ำยาเรซิ่น : Resin
เจลโค้ต
แผนที่บางพลี



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ




บริษัท คอนกรีต คอมโพสิท จำกัด

จำหน่าย เรซิ่น ใยแก้ว อีพ๊อกซี่ ยางซิลิโคน

วัตถุดิบ - อุปกรณ์ไฟเบอร์กลาสครบวงจร

ทั้งปลีก - ส่ง

---------------------------------------

Distributor of Fiberglass Raw Materials.

UPR Resin,Epoxy Resin,Silicone Rubber,Glass fiber,

Polyurethane Resin,Tooling,Machine

บทความ
วัสดุพื้นฐานของพลาสติกหล่อ และคุณสมบัติ (อ่าน 12247/ตอบ 0)

1.   ยางซิลิโคน (SILICONE RUBBER)

เป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง (Polymer) มีลักษณะเป็นสีขาวข้น หรือบางชนิดสีขาวขุ่น ใช้ทำแม่แบบยางสำหรับหล่อชิ้นงาน มีอายุการเก็บประมาณ 6 เดือนควรเก็บไว้ในที่ร่ม ยางซิลิโคนที่ดีควรมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

1.1     ทนความร้อนได้สูงถึงประมาณ 150°C - 180°C หรือบางชนิดทนความร้อนได้มากกว่านี้

1.2     มีความยืดหยุ่นสูง มีความเหนียวและทนต่อแรงฉีกขาด คุณสมบัติอันนี้ทำให้สามารถหล่อชิ้นงานที่มีรูปร่าง เว้า ลึก และเก็บรายละเอียดของต้นแบบได้เป็นอย่างดี

1.3     มีความนิ่มปานกลาง เพื่อให้ง่ายต่อการดึงชิ้นงานในขณะถอดแบบ

1.4     ไม่ติดกับวัสดุอื่น ทนต่อสารเคมีประเภท กรดและด่างได้ดี

 

 

2.    ตัวทำให้แข็งของยางซิลิโคน (SILICONE CATALYST)

เป็นสารเคมีที่มีลักษณะใส มีกลิ่น เป็นตัวทำให้ยางซิลิโคนแข็งตัว อัตราส่วนโดยประมาณ 20:1 โดยน้ำหนัก หรือ 5 – 7% โดยน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับชนิดของยางซิลิโคนและระยะเวลาที่ต้องการให้ยางซิลิโคนแข็งตัว

 

 

การผสมยาง

ยางซิลิโคนและตัวทำแข็งควรจะผสมกันให้ทั่วในภาชนะที่สะอาด โดยอัตราส่วนที่เหมาะสมของยางซิลิโคนแต่ละชนิดที่ผสมกันควรจะคนให้แน่ใจว่าผสมกันทุกส่วนเข้ากันดีแล้ว โดยสังเกตจากยางซิลิโคนและตัวทำแข็งจะไม่แยกชิ้นกัน แต่จะเป็นเนื้อเดียวกันหมด หากใช้เครื่องไล่อากาศช่วยจะผลดียิ่งขึ้น

 

 

หมายเหตุ

หากใส่ตัวทำแข็งมากเกินอัตราส่วน หรือเร่งให้แห้งเร็วเกินไปจะทำให้มีผลเสียดังนี้

1.    ซิลิโคนมีลักษณะกรอบ และแข็งผิดปกติ

2.    ซิลิโคนจะยุ่ย และฉีกขาดได้ง่าย

3.    ใช้ถอดแบบได้จำนวนน้อยครั้ง

3.   โพลีเอสเตอร์เรซิ่น (UNSTURATED POLYESTER RESIN)

เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งมีลักษณะเหลวข้นนิยมทำเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกหล่อชนิดต่าง ๆ มีกลิ่นฉุน มีสีต่าง ๆ กันขึ้นอยู่กับชนิดของโพลีเอสเตอร์เรซิ่น โดยทั่วไปมีสีเนื้อ สีชมพูอ่อน สีเขียวอ่อน สีฟ้าอ่อน โพลีเอสเตอร์เรซิ่นมีอายุการเก็บประมาณ 3 – 4 เดือน ควรเก็บไว้ในที่ร่ม มีอากาศเย็น หรือถ่ายเทสะดวก

โพลีเอสเตอร์มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับการใช้งานแต่ละประเภท เช่น

-     โพลีเอสเตอร์เรซิ่นสำหรับ หล่อรูปต่าง ๆ และหินอ่อนเทียม

-     โพลีเอสเตอร์เรซิ่นสำหรับ การทำกระดุม

-     โพลีเอสเตอร์เรซิ่นสำหรับ เคลือบรูป

-     โพลีเอสเตอร์เรซิ่นสำหรับ การทำไฟเบอร์กลาส

-     โพลีเอสเตอร์เรซิ่นสำหรับ ทำสีโป้วรถยนต์

 

 

4.   ตัวเร่งปฏิกิริยา (COBALT ACCELERATORS)

เป็นสารเคมีที่มีสีม่วง ช่วยเร่งให้ตัวทำแข็งทำปฏิกิริยาเร็วขึ้น ทำให้เกิดการแข็งตัวของเรซิ่นแต่ถ้าผสมตัวเร่งปฏิกิริยาลงในเรซิ่นเพียงอย่างเดียวจะไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องใช้ร่วมกับตัวทำแข็ง (M60) เสมอ ที่นิยมใช้กันคือ COBATE NAPHTHENATUE ความเข้มข้นที่ใช้กันคือ 2 – 10% อัตราส่วนที่ใช้ผสมในเรซิ่นประมาณ 1 – 2% ต่อน้ำหนัก

 

 

หมายเหตุ

-    หากต้องการจะลดความเข้มข้นของตัวเร่งปฏิกิริยาลง ให้เติมโมโนสไตรีน

-    ควรเก็บตัวเร่งปฏิกิริยากับตัวทำปฏิกิริยาแยกกัน เนื่องจากหากผสมกันโดยตรงจะมีปฏิกิริยาทางเคมี รุนแรง จะมีควันและแก๊สพิษเกิดขึ้นหากมีปริมาณมาก อาจเกิดไฟไหม้ได้

 

 

5.   ตัวทำปฏิกิริยา หรือ ตัวทำให้แข็ง (CATALYST หรือ HARDENER)

เป็นสารเคมีที่ทำให้เรซิ่นแข็งตัว แต่ต้องใช้ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา (COBALT) มีลักษณะเป็นของเหลวใส กลิ่นฉุนมาก มีอันตรายต่อตาและจมูก ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ตัวทำปฏิกิริยาที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ MEKP (METHYL ETHYL KETONE PEROXIDE) ซึ่งมีความเข้มข้นที่ 50% - 60% หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า บูทาน๊อกเอ็ม 50 (BUTANOX M50) หรือ บูทาน๊อกเอ็ม 60 (BUTANOX M60) โดยผสมตัวเร่งปฏิกิริยา (COBALT) ลงในโพลีเอสเตอร์เรซิ่นก่อน ผสมให้เข้ากันแล้วจึงเติมตัวทำปฏิกิริยาลงไป อัตราส่วนที่เหมาะสมกับการใช้โดยประมาณ 0.5 – 4%

 

 

ข้อควรระวัง

1.  หากถูกสารเคมีชนิดนี้กระเด็นเข้าตาหรืออวัยวะส่วนใด ให้รีบล้างออกด้วยน้ำทันที หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาพบแพทย์

2.  ควรเก็บตัวเร่งปฏิกิริยา (COBALT) กับตัวทำปฏิกิริยา (BUTANOX M60) แยกกันเนื่องจากหากผสมกันโดยตรงจะมีปฏิกิริยาทางเคมีรุนแรง ทำให้เกิดควันและแก๊สพิษขึ้น หากมีปริมาณมากอาจเกิดไฟไหม้ได้

 

 

6.   อะซิโตน (ACETONE)

ใช้ล้างทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เปื้อนเรซิ่น มีลักษณะเป็นของเหลวใส มีกลิ่นคล้ายทินเนอร์

 

 

7.    แม่สี (PIGMENT)

มีลักษณะข้นเหนียวเป็นครีมหรือเป็นผง ที่นิยมใช้จะเป็นแม่สีหลักอยู่ 6 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว ดำ เขียว สีที่ใช้ต้องเป็นสีชนิดที่ใช้ผสมกับโพลีเอสเตอร์เรซิ่นเท่านั้น แม่สีแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สีทึบ และ สีใส

 

8.   แป้งทัลคัม (TALCUM), แป้งแคลเซียม (CULCIUM)

ใช้ผสมลงไปในเนื้อโพลีเอสเตอร์เรซิ่น สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้มีน้ำหนักมาก และเพื่อช่วยลดต้นทุน

 

 

9.   ติตาเนี่ยม (TITANIUM DIOXIDE)

เป็นผงสีขาว ใช้ผสมกับโพลีเอสเตอร์เรซิ่น เพื่อต้องการให้ผิวงานมีสีขาวนวล

 


สินค้า/บริการ แนะนํา...
ใยคาร์บอนสี(Color Aramid) Code: TI-322
ใยคาร์บอนสี(Color Aramid) Code: TI-323
ใยคาร์บอนเคฟล่า(Carbon+Aramid) Code: TI-3104-7
ใยเคฟล่าสี(Color Aramid) Code: TI-3401 K
ใยเคฟล่าสี(Colour Aramid) Code: TI-9331
 

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
ติดต่อเรา
ปฏิทินข่าวสาร


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.